เสียคลีนชีตอีก แชมเบอร์เลนเบิ้ลซาลาห์ซัดปิดพาลิเวอร์พูลบุกสอยเกงค์

UFA788 ข่าว : เสียคลีนชีตอีก แชมเบอร์เลนเบิ้ลซาลาห์ซัดปิดพาลิเวอร์พูลบุกสอยเกงค์

เสียคลีนชีตอีก แชมเบอร์เลนเบิ้ลซาลาห์ซัดปิดพาลิเวอร์พูลบุกสอยเกงค์

UFA788 เสียคลีนชีตอีก! แชมเบอร์เลนเบิ้ลซาลาห์ซัดปิดพาลิเวอร์พูลบุกสอยเกงค์  “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มเยี่ยมหลังบุกไปถล่มเอาชนะเจ้าถิ่น เกงค์ แบบขาดลอย 4-1 เกมนี้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เหมาคนเดียวสองประตู ช่วยให้ทีมเก็บสามแต้ม คว้าชัยสองเกมติดมี 6 คะแนน ส่วนเกงค์ยังไม่ชนะทีมใดมีแต้มเดียวจมบ๊วยของกลุ่ม อี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : ลูมินุส อารีน่า

    ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 ของ กลุ่ม อี เจ้าบ้าน เกงค์ สองเกมที่ผ่านมาเก็บได้หนึ่งคะแนนจากการเสมอกับ นาโปลี 0-0 ในเกมล่าสุด ขณะที่ทัพ “หงส์แดง” แชมป์เก่ารายการนี้ มี 3 คะแนนจากแพ้และชนะในเกมล่าสุดที่มีเหนือ ซัลซ์บวร์ก 4-3 

    เจ้าถิ่นเกมนี้วางแนวรุกเป็น ปอล โอนูอาชู เป็นหอกเป้า และให้ เอ็มบวาน่า ซามัตต้า เป็นหน้าต่ำ ส่วนทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งจากเกมแดงเดือดที่ไล่ตีเสมอ แมนฯยูไนเต็ด 1-1 โดยเกมนี้จะขาดทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ป่วย และ โฌแอล มาติป ที่บาดเจ็บ ขณะที่แนวรุกได้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับมาป่วนร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

    เปิดฉากมาได้แค่ 2 นาที “แชมป์เก่า” ลิเวอร์พูล บุกมาชิงขึ้นนำเจ้าถิ่น เกงค์ 1-0 อย่างรวดเร็ว บอลจาก ฟาบินโญ่ จ่ายเข้ากลางให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน อัดด้วยขวานอกกรอบบอลลอดขาแนวรับเกงค์พุ่งเลียดเสียบมุมเสาไกล ชนิดที่ กาเอต็อง คุกเก้ นายด่านเจ้าถิ่นได้แต่ชายตามอง

    นาทีที่ 8 เกงค์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอ บอลโต้กลับเร็วและจากจังหวะ คาร์ลอส คูเอสต้า เซ็นเตอร์แบ็กจ่ายบอลยาวขึ้นหน้าให้ ปอล โอนูอาชู หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังดีที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ออกมาปิดมุมเซฟช่วยทีมไว้ได้

    นาที 25 เป็นโอกาสของ “หงส์แดง” บ้าง มาเน่ สปีดเข้าไปรับบอลของ ฟีร์มีโน่ ก่อนจะซัดด้วยขวาจน คุกเก้ นายด่านของเกงค์ต้องออกแรงเซฟอีก

    อีกสองนาทีต่อมา เอ็มบวาน่า ซามัตต้า เทกตัวเอาชนะ มิลเนอร์ ก่อนโขกเข้าไปอย่างสุดสวย ทว่าผู้ตัดสินเช็กกับทาง วีเออาร์ ก่อนจะไม่ให้เจ้าบ้านได้ประตูตีเสมอ หลังก่อนจังหวะหน้านั้น จุนยะ อิโตะ ดาวเตะเลือดญี่ปุ่นถูกจับล้ำหน้าไปก่อน ทำให้สกอร์ ลิเวอร์พูล ยังนำอยู่ 1-0

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 โม ซาลาห์ ครอสบอลไปโดนแนวรับเจ้าถิ่นสกัดออกมา แต่บอลมาเข้าทาง ฟาบินโญ่ หวดวอลเลย์สวนเข้าไปเต็มแรง แต่บอลยังตรงตัว กาเอต็อง คุกเก้ รับไว้ได้ไม่มีปัญหา

    จบครึ่งแรก เกงค์ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

    ครึ่งหลัง นาที 57 หงส์แดง มาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน วิ่งมายิงด้วยหลังเท้าไซด์ก้อยบอลโค้งเช็ดใต้คานเข้าไปอย่างเหนือชั้น และเป็นประตูที่สองของอดีตแข้งอาร์เซน่อลในเกมนี้

    นาที 63 โจ โกเมซ เป็นสำรองคนแรกที่ลงมาเล่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ถัดมา นาที 77 เจอร์เก้น คล็อปป์ ถอด  อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ออกมาพักแล้วให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงเล่นแทน

    นาที 77 “หงส์แดง” มาหนีเจ้าถิ่นเป็น 3-0 จากการประสานงานอันยอดเยี่ยมของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไหลเข้ากลางต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แทงบอลเร็วต่อให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปยกบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเข้าไป 

    นาที 87 ประตูที่สี่ของทีมเยือนมาจนได้ บอลจาก มาเน่ จัดยัดเข้าไปในกรอบให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พลิกบอลหนีแนวรับเจ้าถิ่นถึงสองรายก่อนจะยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเลียดเบียดโคนเสาเข้าไปให้ ลิเวอร์พูล นำไปไกล 4-0

    กระนั้น อีกนาทีต่อมา แนวรับหงส์แดงมาเสียคลีนชีตจนได้ หลัง ดีเมอร์ชี่ เอ็นดองกาล่า ทะลุขึ้นมาด้านซ้ายก่อนจ่ายมาเสาแรกให้ สเตฟาน โอเดย์ ตัวสำรองพลิกยิงเข้าไปตีไข่แตกให้ เกงค์ไล่มา 1-4

     ช่วงที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เกงค์ เปิดบ้านพ่ายให้ ลิเวอร์พูล 1-4 ทำให้ “หงส์แดง” มีเพิ่มเป็น 6 คะแนน รั้งอันดับ 2 ตามหลังจ่าฝูง นาโปลี ที่มี 7 คะแนน ส่วน เกงค์ มีแต้มเดียวรั้งบ๊วยของกลุ่ม 

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

       เกงค์ (4-3-3) : กาเอต็อง คุกเก้ – โยอาคิม เมห์เล่, จอห์น ลูกามี่, คาร์ลอส คูเอสต้า, เยเร่ ยูโรเน่น – จุนยะ อิโตะ (ยานิส ฮาจี้ น.87), บริย็อง เอย์แน็ง, ซานเดอร์ เบอร์เก้, เตโอ บงกงด้า (ดีเมอร์ชี่ เอ็นดองกาล่า น.66) – เอ็มบวาน่า ซามัตต้า – ปอล โอนูอาชู (สเตฟาน โอเดย์ น.81)

        เทรนเนอร์ : เฟลิเซ่ มาซู

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เจมส์ มิลเนอร์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (โจ โกเมซ น.63) – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม น.74), ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ดีว็อค โอรีกี น.80), โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์  

     ผู้ตัดสิน : สลาฟโก้ วินชิช (สโลวีเนีย)

https://www.ufa788.net