Freddie Ljungberg: ‘เกียรติยศอันยิ่งใหญ่’ ที่จะเป็นผู้นำทีมอาร์เซนอล

UFA788 ข่าว : Freddie Ljungberg: ‘เกียรติยศอันยิ่งใหญ่’ ที่จะเป็นผู้นำทีมอาร์เซนอล

Freddie Ljungberg: 'เกียรติยศอันยิ่งใหญ่' ที่จะเป็นผู้นำทีมอาร์เซนอล

UFA788 Freddie Ljungberg: ‘เกียรติยศอันยิ่งใหญ่’ ที่จะเป็นผู้นำทีมอาร์เซนอล ผู้ดูแลอาร์เซนอล Freddie Ljungberg กล่าวว่ามันเป็น “เกียรติอันยิ่งใหญ่” ที่จะนำสโมสรหลังการจากไปของ Unai Emery – แต่เล่นลงคุยกันเรื่องการทำงานอย่างถาวร

Ljungberg ซึ่งเป็นผู้ช่วยของ Emery ถูกควบคุมตัวชั่วคราวในช่วงเช้าวันศุกร์หลังจากชาวสเปนถูกไล่ออกหลังจากผลการดำเนินงานที่เลวร้ายที่สุดของสโมสรมาตั้งแต่ปี 2535

Ljungberg ซึ่งได้รับรางวัลพรีเมียร์ลีกสองรายการและเอฟเอคัพ 3 ถ้วยที่ Arsenal กล่าวโดยเฉพาะกับสกายสปอร์ตก่อนการเดินทางของพลปืนไปที่นอริชในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีพลังงานนี้อยู่ในตัวฉันและมันก็พิเศษ

“ มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งและนั่นคือสิ่งที่ฉันบอกผู้เล่น – พวกคุณต้องทำงานฉันสามารถช่วยและสนับสนุน แต่สำหรับฉันมันเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่

“ ฉันภูมิใจภูมิใจที่พวกเขาเชื่อใจฉันให้ทำและส่งมอบสิ่งนั้นฉันรู้สึกตื่นเต้นเพราะฉันรู้สึกว่าเรามีผู้เล่นฟุตบอลที่ดีมากที่นี่และเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมฉันรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องใหญ่”

Ljungberg สามารถทำงานเต็มเวลาได้หรือไม่?

การค้นหาการทดแทนเต็มเวลาของ Emery ได้เริ่มขึ้นแล้วโดย Max Allegri และ Brendan Rodgers ในตัวเลือกของ Gunners แม้ว่ามันจะเข้าใจว่าสโมสรจะไม่รีบนัดเช่นความเชื่อมั่นในกองกลางอดีตของพวกเขา

Ljungberg ไม่ได้เปิดเผยเวลาที่กำหนดไว้สำหรับคาถาของเขาในข้อหาชั่วคราวและเล่นการออกแบบใด ๆ ทันทีในการรับสายบังเหียนอย่างถาวร

“ พวกเขาบอกว่าให้ความสนใจกับเกมถัดไปและทำผลงานได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้และเราจะได้เห็นจากตรงนั้น” เขากล่าว “ สำหรับฉันฉันจะมีสมาธิกับผู้เล่นเหล่านั้นเรามีเกม [วันอาทิตย์] และฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ สำหรับฉันมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทีมและสโมสรลองจดจ่อกับเกม [ที่ Norwich] ไม่ใช่อนาคตลองและชนะเกมนั้นและอีกสองสามเกมแล้วเราจะได้เห็นสำหรับฉันนั่นคือสิ่งที่ฉัน ดูและทุกอย่างอื่นไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง

“ ในขณะนี้ฉันกำลังเรียนรู้การค้าขายและพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อพัฒนาตัวเอง – แน่นอนว่ามันเป็นเกียรติที่สโมสรคิดว่าฉันสามารถรับภาระความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงนี้ได้ เอามันไปตามเกม “

Ljungberg ผู้ซึ่งยังไม่ได้ยืนยันกัปตันทีมอาร์เซนอลยอมรับว่าอารมณ์การฝึกซ้อมนั้น “แปลก” ในเช้าวันศุกร์และกล่าวว่าเขาให้ความสำคัญกับการยกขวัญกำลังใจขณะที่พลปืนมุ่งหน้าไปที่ Carrow Road เพื่อค้นหาชัยชนะครั้งแรกในแปดเกม

“มีบรรยากาศที่แปลก ๆ นิดหน่อย … ผู้เล่นมีโค้ชมาเป็นเวลานานโค้ชที่ดีและทีมฝึกสอนคนอื่น ๆ ที่หายตัวไป” อดีตสวีเดนอินเตอร์เนชั่นแนลซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยสั้น ๆ หัวหน้าที่ Wolfsburg ในปี 2560 กล่าว

“ มันเป็นสิ่งที่ล้ำลึกมากในวงการฟุตบอลและผู้เล่นก็มีความรู้สึกทางอารมณ์เหมือนกัน แต่สิ่งที่ฉันพยายามทำก็คือให้ความเคารพเท่าที่ฉันจะทำได้และเมื่อฉันฝึกฝนผู้เล่น – ฉันเป็นผู้เล่น – ฉันพยายามทำ แบบฝึกหัดบางอย่างที่นำมาซึ่งความตื่นเต้นเล็กน้อยเพื่อทำให้พวกเขาไม่คิดมากและสนุกกับตัวเองและหวังว่าจะทำให้พวกเขาอารมณ์ดี

“ ฉันเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้เล่นและทีมงานมาแล้วและมีหลายสิ่งที่ฉันคิดว่าคุณสามารถทำได้เพื่อยกระดับพวกเขา แต่ในตอนท้ายของวันถ้าคุณเล่นฟุตบอลที่ดีและได้ผลดีไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว เพื่อเลี้ยงวิญญาณ “

ถัดไปในสนามของอาร์เซนอลคืออะไร?

อาร์เซนอลเดินทางไปนอริชในวันอาทิตย์เวลา 14.00 น. ในพรีเมียร์ลีกสดที่สกายสปอร์ตในขณะที่การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาครั้งสุดท้ายของพวกเขาอยู่ที่สแตนดาร์ดลีจ์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมเวลา 5.55 น.

ประวัติการก่อตั้งทีม อาร์เซนอล

ช่วงปีปลายปี ค.ศ. 1886 : สโมสรสโมสรฟุตบอล อาร์เซนอล ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น จากกลุ่มคนงานของโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซนอลในแขวงวูลิช โดยใช้ชื่อในการแข่งขันครั้งแรกว่า “ไดอัล สแควร์” และได้รับชัยชนะครั้งแรกเหนือทีม อีสเทิร์น วันเดอเรอร์ส 6-0 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1886 ซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “รอยัลอาร์เซนอล”

ช่วงปี ค.ศ. 1891-1893 : ก้าวเข้าสู่สโมสรฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นโดยใช้ชื่อ “วูลิชอาร์เซนอล” และได้เข้าร่วมฟุตบอลลีกอย่างเป็นทางการ

ช่วงปี ค.ศ. 1904 : สโมสร อาร์เซน่อล ก้าวขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 เป็นครั้งแรก ตอนแรกนั้น วูลิชอาร์เซนอล ประสบปัญหาการเงิน และไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอล เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์นั้นโดดเดี่ยวเกินไป ทำให้มีผู้เข้าชมน้อย

ช่วงปี ค.ศ. 1913 : ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนต้องมีอันตกชั้นจากดิวิชั่น 1 มาอยู่ดิวิชั่น 2 เหมือนเดิมนั้น ทำให้พวกเขาได้ย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ “อาร์เซนอลสเตเดี้ยม” ในย่านไฮบิวรี่ บริเวณลอนดอนเหนือ และในปีต่อมาได้มีการตัดคำว่า “วูลิช” เหลือเพียง อาร์เซนอล ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และนับตั้งแต่ปี 1919 อาร์เซนอลที่ได้กลับสู่ดิวิชั่น 1 พวกเขายังไม่เคยตกชั้นเลยนับตั้งแต่นั้นมา

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 – 2000 : เป็นยุครุ่งเรืองของ อาร์เซน่อล ที่สุด นับตั้งแต่ ได้กุนซือคนเก่งอย่าง อาร์แซน เวงเกอร์ เข้ามาคุมทัพในปี 1996 เขาได้นำวิธีการซ้อมใหม่ๆ และแนวทางการเล่นใหม่ๆเข้ามา และสามารถทำให้นักเตะต่างชาติปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้เป็นอย่างดี และพา อาร์เซนอล คว้าดับเบิลแชมป์ได้ใน ฤดูกาล 1997-98 และ 2001-02 นอกจากนั้นในฤดูกาล 2003-04 พวกเขาสามารถพาแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลย และทำสถิติไม่แพ้ติดต่อกัน 49 นัด ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประเทศจนได้รับฉายาว่า “อาร์เซนอลผู้ไร้เทียมทาน”

 

ช่วงปี ค.ศ. 2005-2014 : อาร์เซนอลไม่ได้แชมป์ใด ๆ เลยเป็นเวลานานถึง 9 ปีเต็ม ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างมากมาย แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้แชมป์ เอฟเอคัพ มาครองได้ในช่วงท้ายฤดูกาล 2014

ช่วงปี ค.ศ. 2014-ปัจจุบัน : นับตั้งแต่ที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลสุดท้าย ฤดูกาล 2003-04 พวกเขาก็ยังไม่สามารถก้าวไปคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลย แต่ก็สามารถเก็บถ้วยรางวัล เอฟเอคัพ มาครองเพิ่มอีก 2 สมัย คือ ฤดูกาล 2015 และ 2017

สนามรังเหย้าทีม อาร์เซนอล

อาร์เซนอล สเตเดี้ยม เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1913 เป็นที่จักกันในชื่อ “ไฮบรี” เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านไฮบรี ซึ่งมีการใช้และปรับปรุงเรื่อยมา และได้ยกเลิกการใช้ในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2006

เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ความจุสนาม 60,355 ที่นั่ง เริ่มสร้างสนามแห่งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2004 ซึ่งในช่วงระหว่างก่อสร้างนั้น เดิมทีมีชื่อว่า “แอชเบอร์ตันโกรฟ” ก่อนเปลี่ยนชื่อตามข้อตกลงของสปอนเซอร์อย่างสายการบิน เอมิเรตส์ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างอยู่ที่ 430 ล้านปอนด์ และได้เริ่มเปิดใช้ในเดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2006 จนถึงปัจจุบัน

ตราโลโก้ สัญลักษณ์ ทีม อาร์เซนอล

ตราสัญลักษณ์ที่ 1 ปี ค.ศ. 1888 : ทางสโมสรได้ทำการออกแบบตราสโมสรแรก ซึ่งรูปแบบก็ได้ลอกเลียนแบบมาจากตราของเมือง The Borough of Woolwich ซึ่งเป็นย่านที่เริ่มก่อตั้งทีม ก่อนจะย้ายมาอยู่กรุงลอนดอน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตราสโมสรนั้นคล้ายกับตราประจำเมืองของ วูลิช นั้นเอง ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนตราสมโมสรใหม่ในปี 1913 เนื่องจากอันเดิมดันไปเหมือนตราของเมือง วูลิช ทำให้สโมสรมีความคิดเปลี่ยนแปลงตราสโมสรใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเสา 3 ต้น ที่เปรียบเสมือนกระบอกปืนใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานทางการทหารของพื้นที่แทบ Borough of Woolwich นั้นเอง

ตราสัญลักษณ์ที่ 2 ปี ค.ศ. 1913 : อาร์เซนอล ได้มีการตราสโมสรใหม่ เนื่องจากอันเดิมดันไปเหมือนตราของเมือง วูลิช ทำให้สโมสรมีความคิดเปลี่ยนแปลงตราสโมสรใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเสา 3 ต้น ที่เปรียบเสมือนกระบอกปืนใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานทางการทหารของพื้นที่แทบ Borough of Woolwich นั้นเอง
ตราสัญลักษณ์ที่ 3 ปี ค.ศ. 1922 : จากที่มีสัญลักษณ์ปืนใหญ่อยู่ 3 กระบอก เปลี่ยนมาเหลือเพียงแค่กระบอกเดียวเท่านั้น และดูเหมือนจะเป็นที่น่าภาคภูมิใจของชาว “วูลิชอาร์เซนอล” เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามด้วยทิศทางกระบอกปืนใหญ่ที่หันไปทางทิศตะวันออก หรือหันไปทางขวานั้นก็ถูกใช้อยู่เพียงแค่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตราสโมสรอีกครั้ง

ตราสัญลักษณ์ที่ 4 ปี ค.ศ. 1925 : กระบอกปืนมีขนาดเล็กลง และหันปากกระบอกปืนไปทิศตะวันตก หรือทางด้านซ้าย สาเหตุที่กระบอกปืนเล็กลงนั้นไม่มีใครทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่มีการสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากตราที่หน้าประตูของหน่วยหาญปืนใหญ่ที่เมือง วูลิช นั้นเอง โดยตราสโมสรอันนี้ถูกใช้ยาวนานถึง 17 ฤดูกาลเลยทีเดียว

ตราสัญลักษณ์ที่ 5 ปี ค.ศ. 1949 : มีการเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ใหม่ และมีการเพิ่มข้อความลงในตราสัญลักษณ์ด้วย ซึ่งที่มาของข้อความนั้นก็มาจากความทรงจำบรรดาแฟนๆของ อาร์เซนอล ในหนึ่งปีก่อนนั้นในวันสุดท้ายของฤดูกาล

1947-1948 เป็นวันที่ อาร์เซนอล คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ทำให้ แฮร์รี่ โฮมเมอร์ บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของทีมในวันนั้นได้ให้คำนิยามสำหรับฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาไว้ว่า “เราลองใช้ประโยคเป็นภาษาละตินดีไหม” จึงได้คำว่า Victoria Concordia Crescit ซึ่งมีความหมายว่า “ชัยชนะเกิดขึ้นจากความสามัคคี” ตราสโมสรใหม่จึงได้รวมประโยคภาษาละตินของ โฮมเมอร์ เอาไว้ด้วย และได้เปลี่ยนแปลงตัวหนังสือชื่อ Arsenal อีกทั้งยังได้นำตราประจำเมือง อิสลิงตัน เข้าไว้ด้วย ซึ่งตราสัญลักษณ์นี้ถูกใช้ยาวนานถึง 53 ปี

ตราสัญลักษณ์ที่ 6 ปี ค.ศ. 2001 : ได้มีการทำตราสโมสรใหม่ให้เรียบร้อยขึ้น เนื่องจากเหตุผลทางด้านโฆษณาด้วย โดยการเปลี่ยนแปลงมาใช้สีเหลืองแทนสีทอง และตัวหนังสือก็ได้มีการเขียนให้อ่านง่ายขึ้นอีกด้วย ถึงกระนั้นการเปลี่ยนแปลงตราสโมสรนี้ก็ใช้ได้อยู่ไม่นานนัก เนื่องจากทางสโมสรไม่สามารถจดทะเบียนกับตราสโมสรนี้ได้ และอีกหนึ่งสาเหตุก็มาจากการที่สโมสรมุ่งหวังที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้ง

ตราสัญลักษณ์ที่ 7 ปี ค.ศ. 2002-ปัจจุบัน : เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงการใช้ตราสโมสรนี้ อาทิเช่น การย้ายฐานมาสู่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และได้ออกไปเล่นรายการยุโรปมากขึ้น แม้ช่วงแรกตรานี้จะไม่ถูกใจแฟนบอลเท่าไหร่นัก แต่ก็ได้นำตราสโมสรนี้ออกมาใช้จนได้ แม้จะดูไม่มีมนต์คลังเหมือนกับของเดิม แต่ก็ดูมีเสน่ห์ และก็ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

https://www.ufa788.net