Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี

UFA788 ข่าว : Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี

Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี

UFA788 Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี แฟรงค์แลมพาร์ดยืนยันว่าเขากำลังมองหาวิธีในการพัฒนาเชลซีด้วยการถ่ายโอนอยู่เสมอและยืนยันว่าผู้ที่มาใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เล่นอายุน้อย

การยกเลิกการย้ายบ้านเมื่อเดือนมกราคมของเชลซีถูกยกเลิกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซึ่งหมายความว่าตอนนี้พวกเขามีอิสระที่จะเซ็นสัญญาผู้เล่นที่ถูก จำกัด ในช่วงฤดูร้อนเมื่อ Lampard เดินทางมาถึงในฐานะผู้จัดการ

“ ฉันมักจะมองทุกพื้นที่สำหรับทีม” แลมพาร์ดกล่าวว่า “ ในฤดูร้อนเราแพ้เอเดนฮาซาร์ดซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำประตูและสร้างเป้าหมายของเราในฤดูกาลที่แล้ว – และก่อนหน้านั้นต้องยุติธรรมฉันคิดว่าเราพบวิธีต่าง ๆ ในทีมที่เราสามารถแข่งขันได้

Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี

“ เราแสดงให้เห็นว่าในลีกและในแชมเปี้ยนส์ลีก แต่จะไปข้างหน้าเราจะดีขึ้นได้หรือไม่เราจะดีขึ้นในพื้นที่ข้างหน้าเพื่อช่วยให้การแข่งขันของเราและเพื่อช่วยให้ความคิดที่ว่าเราสามารถคลินิกมากขึ้น? คิดว่าเราจะมองมันเสมอ “

ถามว่าการใช้จ่ายจะเป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นอายุน้อยของเขาหรือไม่แลมพาร์ดกล่าวว่า: ไม่ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องกังวลเลยเพราะพวกเขาอยู่ที่นี่ฉันเชื่อในคุณภาพของผู้เล่นเยาวชนที่นี่

“ ฉันต้องการให้พวกเขาทั้งหมดได้ดีขึ้นและพวกเขาจะปรับปรุงแน่นอนเพราะอายุของพวกเขาและเพราะพวกเขาอยู่ที่ไหนในการพัฒนาของพวกเขา

“ แต่เมื่อเราก้าวไปข้างหน้าและเราต้องการที่จะปรับปรุงทีมมันจะต้องทำเพื่อให้ได้สิ่งที่เรามีและที่ที่เราจะทำได้ดีกว่านี้ฉันคิดว่าความท้าทายเหล่านั้นควรเป็นสิ่งที่ผู้เล่นเยาวชนยืนขึ้น

Lampard: การใช้จ่ายในเดือนมกราคมจะไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนของเชลซี

“ ถ้าเรานำผู้เล่นเข้ามานั่นควรจะเป็นสิ่งที่พวกเขาพูดว่า: ‘โอเคฉันต้องการแสดงผู้เล่นที่ฉันเป็น’ ฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นและมีบุคลิกฉันคิดว่าพวกเขาทุกคนได้รับสิ่งนั้นแล้ว “

เชลซีเบียดเสียดจนถึงช่วง 16 ปีที่ผ่านมาครองเกมส่วนใหญ่กับลีลแลมพาร์ดยอมรับว่าด้านข้างของเขาต้องมีอาการทางคลินิกต่อหน้าเป้าหมายมากกว่า

“ เราจำเป็นต้องใช้โอกาสของเราให้มากขึ้นนั่นเป็นเรื่องจริงเพราะคุณออกจากทีมไปเล็กน้อยในเกมพวกเขาอาจมีนัดที่สองนัดที่หลังจบเกมและอีกนัดหนึ่ง

“นั่นเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังในการทำงานที่ดีมากฉันไม่เคยสงสัยเลยว่าเด็ก ๆ ได้ให้ทุกอย่าง แต่ความจริงคือเราต้องดีกว่าในกล่องพวกเขาเราต้องใช้โอกาสมากขึ้น – ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ลีกหรือแชมเปี้ยนส์ลีก “

วิธีการติดตามหน้าต่างโอนข้อมูลเดือนมกราคม

Sky Sports จะนำเสนอข่าวล่าสุดจากตลาดการโอนในเดือนมกราคมพร้อมการแสดงสามรายการ

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการโอนอรุณสวัสดิ์เวลา 9.00 น. เนื่องจากทีมงานนักข่าวของเรานำเสนอข่าวสารและข้อมูลเชิงลึกล่าสุดแก่คุณ Transfer Talk จะติดตามตอนเที่ยงเพื่อวิเคราะห์เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากนั้นเข้าร่วมกับเราเวลา 19.00 น. สำหรับการสรุปข่าวรอบวันด้วย The Transfer Show

ในขณะเดียวกันพอดคาสต์ Transfer Talk จะกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปีพร้อมการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญมากขึ้นจากที่นี่และทั่วทั้งทวีป

และเช่นเดียวกับการปรับเข้าสู่ข่าวกีฬาสกายอย่าพลาดสิ่งใดกับบล็อกของศูนย์การโอนเงินของเรา

ยุคก่อตั้งสโมสร (1905 – 1951)

หลังจากการต่อตั้งสโมสรได้เพียง 1 ปี สโมสรเชลซีก็สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างมากมาย โดยที่เชลซีสามารถทำการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 มาครอบครองได้ในซีซั่นที่ 2 ของการลงทำการแข่งขัน เพราะเป็นสโมสรที่เพิ่งก่อตั้งและยังไม่มีดาวเตะตัวเก่งอยู่ในทีมมากเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ระหว่าง ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 1915 เชลซีได้มีโอกาสเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอคัพ แต่ก็ต้องแพ้ให้กับสโมสร เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ไป 3-0 แต่ถึงแม้จะพ่ายแพ้ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ก็ตาม แต่พวกเขาก็เริ่มเป็นที่รู้จักของบรรดาผู้คนที่สนใจในเกมลูกหนังเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งในฤดูกาล 1919-1920 พวกเขาสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและจบซีซั่นนั้นอยู่บนหัวตารางในอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ ทำให้หลังจบฤดูกาลดังกล่าวสโมสรเชลซีเริ่มมีงบประมาณเข้ามาในสโมสรเป็นจำนวนมากและเริ่มซื้อบรรดานักเตะชื่อดังเข้ามาสู่สโมสรได้อย่างมากมาย

แชมป์แรกของสิงห์บลูส์ (1952-1961)

หลังจากที่สโมสรเชลซีเริ่มมีชื่อเสียและฐานแฟนบอลที่มากขึ้น ทำให้พวกเขาเริ่มมีงบประมาณในการล่าซื้อนักเตะตัวเก่งเข้ามาในทีมอย่างมากมาย พร้อมทั้งยังได้อดีตกองหน้าของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล และอดีตทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ค เข้ามาเป็นกุนซือในปี 1952 เพื่อหวังยกระดับและปรับเปลี่ยนสโมสรให้มีความทันสมัย เขาจึงทำการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และปรับทีมเยาวชนของสโมสรให้มีรูปแบบในการฝึกซ้อมที่เข้มข้นมากขึ้น พร้อมกันนี้ เท็ด เดร็ค ยังทำการซื้อสตาร์ดังจากลีกสมัครมาเสริมทัพอย่างมากมาย และด้วยการเข้ามาปรับเปลี่ยนแบบแผนและระบบการเล่นต่างๆ ของ เท็ด เดร็ค ทำให้สโมสรเชลซีสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ในฤดูกาลที่ 1954-1955 เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ จนกระทั่งในปี 1961 ด้วยความที่สโมสรมีความต้องการที่จะหาแผนการทำทีมใหม่ๆ จึงได้ตัดสินใจปลด เดร็ค ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และได้แต่งตั้ง ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ เข้ามาในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมทันทีและได้ทำการปรับปรุงทีมครั้งใหญ่อีกครั้ง

ปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ (1962-1970)

ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรพร้อมควบคู่ไปกับการเป็นผู้เล่น เขาได้ทำการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นของทีมขึ้นใหม่และได้ทำการยกเลิกสัญญาแข้งเก่าหลายรายออกจากสโมสรและซื้อนักเตะหน้าใหม่เข้ามาสู่สโมสรอย่างมากมาย โดยหนึ่งในแข้งหน้าใหม่ที่ โดเชอร์ตี้ ได้ดึงเขามาร่วมทีมในเวลานั้นก็คือ ปีเตอร์ ออสกู๊ด ที่ได้กลายเป็นตำนานตลอดกาลของสโมสรในเวลาต่อมา ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ได้ใช้เวลาปรับเปลี่ยนรากฐานของสโมสรอยู่เพียง 2 ปี ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1964-1965 ด้วยการเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มี กอร์ดอน แบงส์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบไปด้วยผลการแข่งขัน 3-2 และหลังจากนั้น 3 ฤดูกาลพวกเขายังสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศในทุกรายการที่ทำการแข่งขัน แต่ก็เป็นได้แค่เพียงรองแชมป์เพียงเท่านั้น จนกระทั่งในซีซั่นถัดมาสโมสรเชลซีได้ทำการปลอดผู้จัดการทีมอีกครั้ง พร้อมทั้งแต่งตั้ง เดฟ เช็กตัน เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของสโมสร เช็กตัน เข้ามาคุมทีมเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น เขาก็สามารถพาลูกทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปี 1970 ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1

ยุคตกต่ำ (1970-1992)

หลังจากที่เขาล้มยักษ์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 1970 ได้สำเร็จแล้ว เชลซีก็ถึงคราวดิ่งลงเหวและตกต่ำลงในปลายปี 1970 ถึง 1990 เมื่อสโมสรเชลซีได้ทำการขายดาวดังของทีมออกไปอย่างมากมาย จนทำให้ฟอร์มการเล่นของพวกเขาตกต่ำลงไปตามลำดับ จนตกชั้นและไม่สามารถขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดได้ จนกระทั่งในปี 1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคา 1 ล้านปอนด์ และได้ทำการปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีและยิ่งใหญ่มากขึ้น แต่อันที่จริงแล้วการปรับปรุงสโมสรครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร เพราะพวกเขาเกือบจะตกลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 3 จนในปี 1984 จอร์น นีล สามารถทำผลงานได้อย่างดีและพาสโมสรขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-1984 แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาตกชั้นอีกในปี 1987-1988 ก่อนที่จะเลื่อนขึ้นมาเล่นอยู่ในดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในปี 1988-1989 ด้วยการทิ้งแต้มห่างจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 17 แต้ม

สิงห์บอลถ้วย (1992-2004)

ในปี 1992 เชลซีเริ่มกลับมาดึงสตาร์ดังเข้าสู่สโมสรอีกครั้งจนสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถเข้าชิงชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1993-1994 แต่พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอย่างราบคาบถึง 4-0 จนกระทั่งทางบอร์ดบริหารได้ทำการแต่งตั้ง รุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมในปี 1996 โดยเขาใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถสโมสรเชลซีเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอคัพ ในปี 1997 ด้วยการเอาชนะ มิดเดิลสโบลรห์ ไป 2-0 จากการทำประตูของ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ และ เอ็ดดี้ นิวตัน นอกจากนี้ยังสามารถพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในการแข่งขันรายการ ยู่ฟ่าคัพ วินเนอร์คัพ ปี 1998 พร้อมทั้งยังคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ สตุ๊ตการ์ต ไปด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำประตูของ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ คนเดิม นอกจากนี้พวกเขายังสามารถเข้าไปสัมผัสเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกได้ แต่ก็ต้องหยุดอยู่ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไปด้วยสกอร์รวม 6-4 กลับจากนั้นไม่นานสโมสรเชลซีได้ทำการแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อีกครั้ง โดยได้แต่งตั้งให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เข้ามาเป็นกุนซือของทีมในปี 2000 เขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงปีก็สามารถพาสโมสรเชลซีเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอคัพ ได้ แต่ก็คงต้องผิดหวังเพราะต้องแพ้ให้กับ อาร์เซน่อล ไปด้วยสกอร์ 2-0 จากยุคนี้ที่สโมสรเชลซีได้อยู่ในช่วงที่ถือว่าประสบความสำเร็จกับบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่นั้น จึงทำให้สื่อหลายสำนักได้ตั้งฉายาให้กับพวกเขาว่า “สิงห์บอลถ้วย”

https://www.ufa788.net